สธ. เตือนกลุ่มเสี่ยง ป่วยไข้เลือดออก รีบพบแพทย์ ลดโอกาสเสียชีวิต

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์โรคไข้เลือดออก วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 พบผู้ป่วย 10,446 คน กลุ่มวัยเรียน และวัยรุ่น เป็นกลุ่มที่ป่วยมากที่สุด และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย เป็นกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป

ในจำนวนผู้เสียชีวิต เป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือภาวะเสี่ยง 14 ราย ได้แก่ ภาวะอ้วน 6 ราย เบาหวานความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ 3 ราย โรคเลือด 2 ราย โรคทางระบบประสาท 2 ราย และติดสุรา 1 ราย ปัจจุบันพบว่า ผู้ป่วยที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น และผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป) เพิ่มขึ้น ซึ่งมักจะมีปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาสุขภาพอื่นๆร่วมด้วย เช่น น้ำหนักเกินมาตรฐาน มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน เป็นต้น

ดังนั้นประชาชนควรสังเกตอาการอยู่เสมอ หากมีไข้สูงมากฉับพลัน ปวดเมื่อย หน้าตาแดง มีผื่นขึ้น และมีไข้สูง 2-3 วันไม่หาย ต้องรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยโดยเร็ว เพราะหากเข้าสู่การรักษาช้า อาจเกิดโรคแทรกซ้อน รักษายากขึ้น และเป็นปัจจัยที่ทำให้เสียชีวิตได้

ขณะที่ประเทศไทย กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้มีฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เสี่ยงเกิดน้ำขัง และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย กรมควบคุมโรค แนะประชาชน ยึดหลัก “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ 1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะใส่น้ำต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ สามารถป้องกันได้ถึง 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และไข้ปวดข้อยุงลาย

โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ที่พบผู้ป่วยได้ง่าย เพราะการกระจุกตัวของประชากร ขอให้สำรวจลูกน้ำยุงลายตามแจกัน ถาดรองน้ำตามต้นไม้ หรือแหล่งน้ำขังที่ใสสะอาด หากพบลูกน้ำ ยุงลาย ให้คว่ำ หรือทำลายทันที รวมถึงหมั่นเปลี่ยนน้ำเป็นประจำ หรือใส่ปลากินลูกน้ำ เพื่อทำลายต้นตอของโรค

ขอบคุณข้อมูล จาก ch7