สหรัฐเริ่มถอนอาวุธบางส่วนออกจากซีเรีย

กองทัพสหรัฐเริ่มเคลื่อนย้ายสรรพาวุธบางส่วนออกจากซีเรีย ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ทหารทั้งหมดประมาณ 2,000 นายยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่าพ.อ.ฌอน ไรอัน โฆษกกองกำลังสหรัฐและพันธมิตรในซีเรีย แถลงเมื่อวันศุกร์ ว่ากองทัพสหรัฐเริ่มกระบวนการเคลื่อนย้าย “สรรพาวุธเบา” ออกจากซีเรียแล้ว แต่ทหารอเมริกัน “ทั้งหมด” ที่มีอยู่ “ประมาณ 2,000 นาย” ยังคงปฏิบัติหน้าที่ และด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง กองทัพสหรัฐขอสงวนข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของฐานประจำการ ระยะเวลา และการเคลื่อนไหวของทหารอเมริกัน ในช่วงของการเตรียมการเพื่ออนกำลังออกจากซีเรีย
  
ถ้อยแถลงของพ.อ.ไรอันสอดคล้องกับคำกล่าวของชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ ว่าพบเห็นการเคลื่อนย้ายสรรพาวุธของกองทัพสหรัฐข้ามพรมแดนระหว่างซีเรียกับอิรักตลอดทั้งวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวของทหารอเมริกัน ขณะที่องค์กรสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซีเรีย ( เอสโอเอชอาร์ ) รายงานว่ากองกำลังสหรัฐและพันธมิตร “เริ่มลดระดับ” กิจกรรมทางทหารที่ฐานทัพอาร์ไมลัน ในจังหวัดฮาซาเคห์ ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และเป็นฐานที่มั่นของกองกำลังป้องกันตนเองชาวเคิร์ด ( วายพีจี )

ทั้งนี้ สหรัฐปฏิบัติการทางทหารในซีเรียอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนก.ย. 2557 ด้วยการเริ่มจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ โดยประเทศที่ให้ความสนับสนุนรวมถึงฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ก่อนที่กองกำลังภาคพื้นดินยกพลเข้ามาในอีก 1 ปีต่อมา เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลดามัสกัสขอความสนับสนุนทางทหารจากรัสเซีย ในการกวาดล้าง “กลุ่มก่อการร้าย” โดยเฉพาะกลุ่มไอเอส

สำหรับการทยอยลำเลียงสรรพาวุธบางส่วนออกจากซีเรียของสหรัฐ เป็นไปตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกล่าวเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ปีที่แล้ว แม้ยังคงมีการคัดค้านและข้อสงสัยจากหลายฝ่าย ด้านนายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว เยือนกรุงอังการา เมื่อกลางสัปดาห์นี้ แต่ไม่ได้พบกับประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ซึ่งต่อมาผู้นำตุรกีกล่าวว่าสหรัฐขอ “สิ่งที่เป็นไปไม่ได้” นั่นคือการการันตีความปลอดภัยของตุรกีต่อวายพีจี