อัยการฟ้องอดีตประธานนิสสันเพิ่ม ทนายขอประกันตัว

สำนักงานอัยการกรุงโตเกียวตั้งข้อหาอดีตประธานบริหารของนิสสัน มอเตอร์ เพิ่มอีกเกี่ยวกับการประพฤติมิชอบทางการเงิน ขณะที่ทนายความพยายามยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่ยอมรับว่า “เป็นไปได้ยากมาก”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ว่าสำนักงานอัยการกลางกรุงโตเกียวยื่นเรื่องต่อศาลแขวงกรุงโตเกียว เมื่อวันศุกร์ ฟ้องร้องนายคาร์ลอส กอส์น อดีตประธานบริหารของบริษัทนิสสัน มอเตอร์ หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่นและลำดับต้นของโลก เพิ่มเติมฐานเจตนาประพฤติมิชอบทางการเงิน ด้วยการปกปิดรายได้ในช่วงระยะเวลา 3 ปี ที่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นช่วงระหว่างเวลาใด โดยในข้อหานี้นายเกร็ก เคลลีย์ นักธุรกิจชาวอเมริกันซึ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ถูกฟ้องร่วมด้วย
 
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจับกุมเคลลีย์ซึ่งถือเป็น “มือขวา” ของกอส์น พร้อมอดีตเจ้านายใหญ่เมื่อวันที่ 19 พ.ยปีที่แล้ว ในข้อหาละเมิดกฎหมายการเงินของญี่ปุ่น ที่เกี่ยวข้องกับการเลี่ยงภาษีด้วยการที่เคลลีย์ปลอมแปลงเอกสารเปิดเผยรายได้ของกอส์นระหว่างปี 2553 ถึง 2558 ไว้ที่ 5,000 ล้านเยน ( ราว 1,476 ล้านบาท ) ทั้งที่ในความเป็นจริงกอส์นได้รับค่าตอบแทนสูงกว่านั้นถึง 2 เท่าในช่วงเวลาดังกล่าว และต่อมากอส์นถูกฟ้องเพิ่มอีกในข้อหาละเมิดต่อหน้าที่ ซึ่งเป็นการถ่ายโอนความสูญเสียจากการลงทุนภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทเข้าสู่ฐานข้อมูลของนิสสัน  ส่งผลให้บริษัทต้องเป็นฝ่ายแก้ไขความสูญเสียดังกล่าว เมื่อปี 2551 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,850 ล้านเยน ( ราว 544.4 ล้านบาท )

ขณะที่นายโมโตนาริ อตสึรุ หัวหน้าทีมงานฝ่ายกฎหมายของกอส์น ยืนยันว่าจะยื่นคำร้องขอประกันตัวลูกความในครั้งนี้ แม้ยอมรับว่า “มีโอกาสน้อยมาก” ที่ศาลจะอนุมัติ เนื่องจากข้อหาละเมิดต่อหน้าที่ถือเป็นความผิดร้ายแรงมากตามกฎหมายของญี่ปุ่น และกอส์นอาจยังต้องถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำอีกอย่างน้อย 6 เดือน จนกว่าการพิจารณานัดแรกจะเริ่มขึ้น เนื่องจากการไต่สวนคดีเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เป็นการสืบพยานนัดแรกเฉพาะในคดีปกปิดรายได้ 5,000 ล้านเยนเท่านั้น ( ราว 1,476 ล้านบาท ) ซึ่งกอส์นขึ้นศาลด้วยตัวเองในสภาพซูบผอมและอิดโรยอย่างชัดเจน แต่กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าข้อกล่าวหาทั้งหมด “เป็นการใส่ความ” และยืนยันว่าเขาบริหารงานให้กับนิสสันด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อระยะเวลาเกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

ในเวลาเดียวกัน นางแคโรล กอส์น ภรรยาของกอส์น ออกมาเรียกร้องให้ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยสภาพความเป็นอยู่ของสามีในเรือนจำให้มากกว่านี้ โดยเธอกล่าวด้วยว่ากอส์น ซึ่งอายุ 64 ปีแล้ว มีโรคประจำตัว และนับตั้งแต่ถูกจับกุมไม่มีสมาชิกในครอบครัวคนใดได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม ยกเว้นพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส บราซิล และเลบานอน ซึ่งเป็นประเทศที่กอส์นถือสัญชาติอยู่ และทีมทนายความเท่านั้น.